ทำความเข้าใจตลาด แล้วหมดคำถามเศรษฐกิจแบบนี้ขายอะไรดี!

MyShop Team

29 Mar 2021

เพราะการลงทุนมีความเสี่ยงเลยทำให้หลายคนต้องเอามือก่ายหน้าผากกันไปยาวๆ ไม่กล้าลงทุนเป็นเงินก้อนกับธุรกิจต่างๆ แต่วันนี้ MyShop ขอเสนออีกวิธีที่จะช่วยให้คุณผู้อ่านทราบถึงวิธีการทำความเข้าใจตลาดที่จะช่วยให้คุณหมดคำถามว่าเศรษฐกิจแบบนี้ขายอะไรดีอีกต่อไป

1. สำรวจฐานลูกค้า

การรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายของเราเป็นใครก็จะช่วยให้คุณเลือกผลิตภัณฑ์ได้โดนใจกับกลุ่มลูกค้ามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเพศสภาพ อายุ จังหวัดที่อยู่อาศัย ระดับการศึกษา รายได้ ความสนใจ ฯลฯ อย่างเช่น ถ้าคุณเลือกจะขายของออนไลน์อย่างสกินแคร์ที่เหมาะกับผู้หญิงวัยมหาวิทยาลัย-เริ่มทำงานใหม่ ปัญหาที่กลุ่มช่วงอายุนี้ จะพบก็จะมีเรื่องของสิว รอยสิว ความกระจ่างใส ฯลฯ กลุ่มลูกค้าตรงนี้รายได้ไม่สูงมาก ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่จะได้รับความนิยมก็จะต้องเป็นสกินแคร์ที่ช่วยเรื่องสิวและช่วยเรื่องความกระจ่างใส ราคาไม่เกิน 1,000 บาท ในขณะที่ถ้ากลุ่มลูกค้าเป็นผู้หญิงวัย 25-35 ปีขึ้นไป ความกังวลใจของคนกลุ่มนั้นอาจเป็นเรื่องของริ้วรอยหรือรูขุมขนมากกว่า อีกทั้งรายได้ที่สูงขึ้นทำให้กำลังซื้ออาจจะมากกว่า 1,000 บาท

2. สำรวจดีมานด์ของตลาด

การสำรวจดีมานด์ของตลาดคือสิ่งสำคัญที่คุณต้องตระหนัก เช่น ในช่วงที่มีกระแสการติดเชื้อโควิดกลับมาแพร่ระบาด ความต้องการของหน้ากากอนามัยต่างๆ เจลแอลกอฮอล์ก็อาจเพิ่มขึ้นชั่วคราว จนสามารถขายได้กำไรมากถึง 10-20 เท่า แต่ในปัจจุบันราคาสินค้าก็ได้ปรับลงมา หรือธุรกิจโรงแรมและการบริการ หากเป็นช่วงก่อนโควิด 19 ธุรกิจท่องเที่ยวมีความรุ่งเรืองมากไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวจากต่างชาติและคนไทย ทว่าการเกิดโควิด 19 ทำให้ดีมานด์หรือความต้องการของห้องพักโรงแรมน้อยลง เหล่าธุรกิจโรงแรมจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้ทันกับดีมานด์ของคน เช่น การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทำงานของพนักงานออฟฟิศที่เปลี่ยนเป็น work from home กันมากขึ้น โรงแรมบางแห่งเห็นถึงดีมานด์ของกลุ่มคนที่เบื่อกับการอยู่บ้าน ก็มีโปรโมชัน work from hotel ออกมา รวมถึงการเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศไม่ได้ ทำให้เทรนด์ staycation ที่เป็นการเลือกไปพักผ่อนใกล้ๆ แทน หลายโรงแรมก็เอาเทรนด์นี้มาเป็นจุดขาย

3. รู้เค้ารู้เรา รบ 100 ครั้ง ชนะ 101 ครั้ง

หลังจากเรารู้แล้วว่ากลุ่มลูกค้าและดีมานด์แล้ว การรู้ว่าคู่แข่งของคุณคือใครก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพราะการที่เรารู้ว่าคู่แข่งเป็นใคร? มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกันหรือไม่? ผลิตภัณฑ์คืออะไร? ทำการตลาดอย่างไร? มีบริการด้านใด? ข้อมูลเหล่านั้นจะช่วยทำให้คุณเข้าใจภาพรวมตลาดของคุณได้ดีกว่าเดิม โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องลงมือ ปฏิบัติเอง เช่น หากคุณทำแบรนด์อาหารคีโต  (Ketogenic Diet)  เพื่อคนรักสุขภาพ คุณก็อาจจะต้องรีเสิร์ชว่ามีแบรนด์ใดบ้างที่มีจุดขายอาหารคีโตบ้าง กลุ่มลูกค้าที่ติดตามแบรนด์นั้นตรงกับทาร์เก็ตคุณหรือไม่ ราคาที่ขายของแบรนด์นั้นๆ เป็นอย่างไร มีโปรโมชันอื่นๆ อีกมั้ย แล้วนอกจากอาหารคีโตแล้ว คู่แข่งนั้นๆ มีผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมอื่นหรือไม่ เพราะการที่เรารู้ว่าคู่แข่งของเราคือใคร ทำอะไร อยู่ที่ไหน ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณชนะเพียง 100 ครั้งเท่านั้น แต่ชนะไปถึง 101 ครั้งแบบก้าวเหนือคู่แข่งไปเลยครับ

4. ติดตามข่าวสารเสมอ

การติดตามข่าวสารจะช่วยให้คุณหูตาไวมากขึ้น ในยุคที่เวลาหมุนไปอย่างไว หากยังยึดติดกับความจำเจและอะไรเดิมๆ ก็อาจพาธุรกิจเจ๊งได้ เพราะสิ่งที่เคยฮิตเมื่อเดือนก่อน ก็ไม่ได้หมายความว่าตอนนี้ยังได้รับความนิยมแล้ว เช่น แอปพลิเคชัน Clubhouse เมื่อเดือนที่แล้วได้รับความนิยมมาก ใครไม่มีถือว่าเชย แต่ในอีก 2-3 เดือนถัดมาก็อาจไม่ได้รับการพูดถึงเท่ากับเดือนก่อน ดังนั้นการอัพเดตข่าวสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การตลาด นวัตกรรม แฟชัน บันเทิง ล้วนเป็นข้อมูลอย่างดีที่เปิดโอกาสในการทำธุรกิจให้กับคุณหรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีให้ตอบโจทย์

จากที่ MyShop ได้เสนอไป หวังว่าพ่อค้าแม่ขายทุกท่านคงจะเริ่มเข้าใจตลาดมากขึ้น และคงหมดคำถามว่าเศรษฐกิจแบบนี้ขายอะไรดี? เพราะอย่างไรก็ตามคำตอบที่ถูกต้องของวันนี้ ก็อาจไม่ใช่คำตอบที่ใช่สำหรับวันหน้าอยู่ดี ดังนั้นการที่กลับมาเข้าใจถึงจุด Touchpoint ย่อมเป็นคำตอบที่ครอบคลุมมากกว่า เช่นกันสำหรับใครที่หาจุดนั้นของตัวเองเจอแล้ว การเริ่มทำธุรกิจขายของออนไลน์ ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน MyShop ก็จะช่วยทำให้เรื่องการขายของเป็นเรื่องง่ายกว่าเดิม

เปิดร้านค้าฟรี ได้แล้ววันนี้

ต่อยอดการขายผ่านช่องทางตัวเองของร้านค้าคุณ ด้วยเครื่องมือตัวช่วยจาก LINE

© LINE Corporation 2020